ก่อนอื่นนะครับกระผม นามปากกาว่า หมอยา
ต้องขอกล่าวคำว่า สวัสดีและอนุโมทนาทุกท่านที่ สละเวลาอันมีค่ามาเยี่ยมชม web หรือ บทความในกระทู้ครับ เจตนารมณ์ที่เขียนก็เพื่อเป็นแนวทางเรื่องคนมีองค์เทพที่ท่านหรือคนอื่นอาจถูกทักว่ามี จะได้ เป็นอีกแนวทาง สำหรับท่านในการศึกษาครับ
 การเปิดพระโอษฐ์ คืออะไร การเชิญองค์บารมีของตนเองมาประทับร่าง หรือเรียกว่า “ การเปิดพระโอษฐ์” ใช่ว่าเมื่อเปิดแล้วจะได้เป็น “ คนทรง” หรือ “ ร่างทรง” กันทุกคนไปเพราะว่าเทพแต่ละองค์นั้นท่านจะมีหน้าที่ไม่เหมือนกัน
ผลพลอยได้จากการเปิดพระโอษฐ์ ๑ . ทำให้ทราบว่ามีวิญญาณของบรรพบุรุษที่เรียกว่า “ ผีปู่ย่า” วิญญาณทั่วๆไป เช่นวิญญาณผีตายโหง ซึ่งถูกส่งมาด้วยวิชาคุณไสยอยู่ในร่างของผู้มาเปิดพระโอษฐ์ หรือไม่ ? ๒. บรรพบุรุษของบางท่านที่มีเชื้อสายจีน ถ้าลูกหลานไม่ทำบุญทำทานไปให้ก็จะมาเกาะกินกับลูกหลานเป็นวิญญาณที่อด ๆ อยาก ๆกลายเป็นว่าไม่เป็นผลดีกับลูกหลาน วิญญาณแบบนี้ไม่สามารถขับไล่ได้ครับ ๓.วิญญาณที่มาเกาะหรือแฝงอยู่ในตัว จะทำให้สังขารของคนผู้นั้นไม่สบาย ปวดหัวปวดแขน ปวดขา กลายเป็นคนอ่อนเปลี้ยเพลียแรง วิญญาณพวกนี้จะต้องขับไล่ออกไป
 ๔. วิญญาณระดับสูงที่เรียกว่า “ มาร” นั้นจะเป็นเทวดาฝ่ายมาร ซึ่งเรียกว่า “ มารเบื้องสูง” สังขารที่มารเหล่านี้สิงสถิตอยู่ จะเป็นมนุษย์ขี้คุยโม้โอ้อวดชอบที่จะอ้างว่าตนเองนั้นมีเทพองค์ใหญ่ ๆ ทั้งนั้นลงมาประทับร่างมารประเภทนี้มีฤทธิ์มากพอสมควร ร่างทรงไม่สามารถปราบได้นอกจากร่างทรงที่มี “ บารมี” สูงเท่านั้น (แต่หาได้ยากมาก) ๕. วิญญาณประเภทเจ้าพ่อ เจ้าแม่ หรือปู่ทั้งหลายนั้น ถ้ามิใช่ “ พ่อปู่ใหญ่” หรือ “ พระฤษี ๑๐๘ องค์” ถือว่าเป็น “ สัมภเวสี”วิญญาณประเภทนี้เป็นวิญญาณที่มาสร้างบุญช่วยเหลือมนุษย์มีดีบ้างไม่ดีบ้าง

|