ผมถามแกว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร แกบอกว่าตอนที่เรียนวิชายาดำ ยาสั่ง แกไปมีเรื่องกับนักเลงต่างถิ่น ซึ่งนักเลงก๊กนี้มันเก่งเรื่องยาสั่งเป็นอย่างมาก ขนาดพระอาจารย์ของลุงผมที่ว่าแน่ ๆ ก็ยังบอกว่าวิชาของไอ้คน ๆ นี้แก่กล้ามาก ตัวของกูเองก็ยัง เหตุใดทำไมจึงเรียกว่า "มีดหมอ" ทั้ง ๆ ที่หมอไม่ได้มาเกี่ยวข้องสักหน่อย ผู้ที่สร้างมีดหมอมักจะเป็นพระเกจิฯ ที่มีวิชาอาคมต่างหาก ก็ตามประสาคนช่างสงสัยนั่นแหละครับ เมื่ออยากรู้ก็ต้องถามคนที่รู้พอได้รับฟังคำอธิบายก็ถึงบางอ้อขึ้นมาทันที อย่างน้อย ๆ เวลาที่สนทนากับใคร เราก็สามารถงัดเอาเรื่องมีดหมอขึ้นมาคุยได้อย่างไม่กระดากปาก ผมจำได้ว่าสมัยที่ยังเป็นเด็กอยู่นั้น ลุงของผมแกชอบเล่นคุณไสยเป็นชีวิตจิตใจ มนต์ดำซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในเดียรัจฉานวิชา แกก็อุตส่าห์หอบสังขารไปเรียนถึงจังหวัดสุรินทร์ เรียนกับพระชาวเขมร ซึ่งถือว่ามีความชำนาญทางด้านนี้เป็นพิเศษ ตอนไปอยู่จังหวัดสุรินทร์ลุงเล่าให้ฟังว่าต้องระวังเรื่องอาหาร เพราะในบางครั้งอาจจะโดนยาสั่งก็เป็นได้ ซึ่งยาสั่งนี้หากใครโดนเข้าไปแล้วมีหวัง ไม่ตายก็คางเหลือง สติสตังค์เพี้ยนกลายเป็นคนบ้า ๆ บอ ๆ ไปเลย ดังนั้นเวลาที่แกจะกินอาหารแต่ละมื้อ แกจะต้องใช้มีดหมอของหลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (อาจารย์ของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค) จุ่มลงในอาหารก่อนทานทุกครั้งไป

..ในจังหวัดสุรินทร์เรื่องราวของคุณไสย ยาสั่ง ยาดำ เป็นเรื่องที่ยังมีอยู่จริง ๆ ดังนั้นการเดินทางไปเยือนสุรินทร์ท่านจะต้องหลีกเลี่ยงการมีเรื่องขัดใจกับคนในพื้นที่เพราะ ในบางครั้งคนที่ท่านไปมีเรื่องด้วยนั้นเขาอาจจะเล่นกับท่านแบบไม่ยอมเลิก หมอผีรับจ้างทำคุณไสยในจังหวัดสุรินทร์มีเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่แล้วเป็นชาวเขมรไม่ใช่คนไทย อิทธิฤทธิ์อีกประการหนึ่งของมีดหมอนั้นก็คือ "การสังหารฝ่ายตรงข้ามที่มีวิชาอาคมหรือพวกหนังเหนียว พวกที่สักยันต์ตะกร้อ อย่างเช่นจอมโจรตี๋ใหญ่) ถ้าจะกล่าวว่าใช้อาคมฆ่าคนที่มีอาคมคงจะได้กระมัง" เชื่อกันว่าสมัยที่เสือขาวจะถูกยิงเป้านั้น (เสือขาวเป็นจอมโจรเจ้าของฉายาขุนโจรร้อยศพ มีประวัติเหี้ยมโหดมากฆ่าได้แม้กระทั่งเด็กแรกเกิด เสือขาวมีของดีที่อยู่กับตัวคือ "ลูกอมหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว จังหวัดฉะเชิงเทรา") หลวงพ่อดิ่งได้เตือนเสือขาวว่า "มึงจะต้องตายโหงหากไม่เลิกเป็นโจร" เสือขาวตอนนั้นกำลังทะนงตัว เพราะไม่มีอาวุธใด ๆ ทำอันตรายเสือขาวได้เลย ปืนก็ยิงไม่ออก มีดก็แทงไม่เข้า ความเป็นอมตะของเสือขาวนี้เอง ทำให้เกิดความลำพองใจไม่ฟังคำเตือนของหลวงพ่อดิ่งซึ่งเป็นอาจารย์ของตัวเอง ตำรวจชุดไล่ล่าซึ่งประกอบด้วย ร.ต.อ.พจน์ รัตนดิลก จ่าบุญมี แก่นกระโทก จ่าดวง เดชชาติ ได้มาหาหลวงพ่อดิ่งที่วัดบางวัว แล้วถามว่าจริงหรือที่ว่าเสือขาวนั้นหนังเหนียว หลวงพ่อดิ่งบอกว่า " จริง ไอ้ขาวมันหนังเหนียว ยิงฟันไม่เข้าหรอก แต่มันจะแพ้ดวงของมันเอง อาตมาบอกไม่ได้หรอกว่าจะสังหารไอ้ขาวได้อย่างไร เพราะมันจะเป็นการผิดศีล" ตำรวจชุดไล่ล่าลาหลวงพ่อดิ่งกลับ ในขณะนั้นมีตาเถรคนหนึ่งซึ่งรู้จักกับจ่าบุญมีได้มาบอกว่า "ถ้าจะสังหารไอ้ขาว จะต้องใช้ลูกปืนที่หัวกระสุนทำด้วยใบมีดหมอ มีดหมอต้องเป็นของหลวงพ่อโศก วัดปากคลอง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งหลวงพ่อโศกเป็นพระสหายของหลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว วิชาอาคมของหลวงพ่อดิ่งที่ลงไว้ หลวงพ่อโศกท่านจะจารแก้ไว้บนใบมีดหมอของท่าน" สมัยก่อนนั้นมีดหมอของหลวงพ่อโศก วัดปาคลองยังพอที่จะหาได้ไม่เหมือนในเวลานี้ ซึ่งหามีดหมอของท่านไม่ได้อีกแล้ว ซึ่งหาได้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเป็นของแท้หรือเปล่า เพราะของปลอมมีแยะเหลือเกิน ทำได้เหมือนของจริงจนแยกแยะไม่ออก เสือขาวได้ปะทะกับตำรวจชุดไล่ล่าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกับทุกครั้ง เพราะกระสุนเพียงนัดเดียวมันก็เกินพอที่จะทำให้เสือขาวถึงกับทรุดท้องทะลุแม้ว่าจะไม่ตายแต่ก็คางเหลืองสิ้นลายของคำว่า "จอมโจรหนังเหนียว" นับตั้งแต่บัดนั้น เสือขาวถูก
พิพากษาโทษให้ประหารชีวิต (ยิงเป้า) ซึ่งกระสุนที่เพชฌฆาตใช้สังหารเสือขาว หัวกระสุนทั้งหมดที่ใช้ยิงทำจากใบมีดหมอของหลวงพ่อโศก วัดปากคลองทุกนัด การนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับเครื่องราง - ของขลังผมอยากจะให้ท่านผู้อ่านเข้าใจว่า เรื่องวิชาอาคมอำนาจไสยศาสตร์ มันเป็นเรื่องลี้ลับแต่ไม่ใช่เรื่องไร้สาระไม่น่าเชื่อถือ ผมขอให้เชื่อเถิดว่าอำนาจของเครื่องราง - ของขลังนั้นมีจริง ๆ บางสิ่งบางอย่างเราอย่าไปยึดหลักของวิชาวิทยาศาสตร์มากจนเกินไปนัก เพราะวิทยาศาสตร์มันก็ไม่ใช่วิเศษมาจากไหน หลาย บทความเรื่องมีดหมอนำมาจากเว็บhttp://www.devalai.com/story11.htm ขอบคุณ ท่าน พราหมณ์ ปอ ชำนาญเวทย์ ไว้ ณ. ที่นี้ครับ
เทพศาสตราวุธ อาวุธแห่งเทพเจ้า
ประเทศไทยเป็นประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธมายาวนานกว่าพันปีแล้ว มีพระสงฆ์ที่มีความรู้ความสามารถด้านวิปัสสนาสัมมาปฎิบัติและเคร่งครัดในธรรมวินัยทั้งมีความเชี่ยวชาญในด้านอาคมที่สืบทอดกันมายาวนานสามารถคิดค้นพัฒนาวัตถุมงคล และเครื่องรางต่างๆ ออกมาได้อย่างน่าทึ่ง
เครื่องรางต่างๆ ที่พระคณาจารย์เจ้าคิดค้นตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบันมีมากมายหลายรูปแบบ แต่ละแบบมีอานุภาพต่างๆ กันไป การสร้างก็จะนำวัสดุอาถรรพ์ต่างๆ และวัสดุที่มีชื่อเป็นสิริมงคลมาประกอบแล้วผูกด้วยพระพุทธมนต์บทต่างๆ นำมาร้อยเรียง ดัดแปลง แล้วถอดเป็นพระคาถาในการปลุกเสกโดยใช้กระแสจิตที่ฝึกมาดีแล้วมาบรรจุลงในเครื่องรางต่างๆ ซึ่งเป็นสูตรหรือวิธีการตายตัวในการสร้างเครื่องรางชนิดนั้นตกทอดมาถึงปัจจุบัน เครื่องรางที่ดีมีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์จะต้องมีองค์ประกอบดังนี้
มีดหมอ หลวงพ่อเมี้ยน วัดโพธิ์กบเจา อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าตำหรับ 5 ม น้ำมนต์ น้ำมัน ชานหมาก มีดหมอ ไม้ครู ผู้สามารถปัดเป่าสารพัดโรคและสยบวิญญาอหังการ์ ด้วยมีดหมอ สร้าง 72 เล่ม พุทธาภิเศกใหญ่ ณวัดสุทัศน์ ๑. ของจริง หมายถึง เป็นตำราเก่าที่สืบทอดกันมาจากบูรพาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถจริง ๒. รู้จริง หมายถึง ผู้สร้างที่สืบทอดมาต้องรู้จริงในกระบวนการขั้นตอนการสร้างอย่างถูกต้อง แม่นยำ และเชี่ยวชาญ ๓. เห็นผลจริง หมายถึง เมื่อครบองค์ประกอบตามข้อ ๑ และข้อ ๒ แล้วเครื่องรางนั้นก็จะสมบูรณ์และศักดิ์สิทธิ์จริงตามสรรพคุณของเครื่องรางนั้นๆ
จะเห็นได้ว่า กว่าจะเป็นเครื่องรางที่ดีนั้นต้องมีที่มาที่ไปชัดเจนผ่านประสบการณ์มาไม่น้อย เครื่องรางแต่ละอย่างมีวิธีอาราธนาแตกต่างกันไป มีวิธีใช้แตกต่างกันไป ผู้ที่ได้รับเครื่องรางต่างๆ ควรจะสอบถามพระอาจารย์ผู้สร้างว่ามีพระคาถากำกับอะไรบ้าง มีข้อห้ามประการใดบ้าง และปฏิบัติตามข้อกำหนดนั้นๆ หมั่นนำเครื่องรางมาบริกรรมพระคาถาที่พระอาจารย์ให้มาเพื่อเพิ่มความศักดิ์สิทธ์อยู่เสมอ เครื่องรางชนิดหนึ่งที่อยากแนะนำให้ผู้อ่านที่สนใจ คือ “มีดเทพศาสตรา” ซึ่งจากการค้นคว้าข้อมูลมีความน่าสนใจมากไม่แพ้เครื่องรางชนิดอื่นๆ เลย คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคนส่วนใหญ่ กลัวผี แม้จะเป็นคนโหดเหี้ยมดุดันเพียงไร ถ้าเจอผีแล้วหมดสภาพเป็นคนโหดและดุดันไปเลยทันที มีดเทพศาสตรานี้แหละที่เป็นเครื่องรางกำราบผีได้ดีที่สุดซึ่งอานุภาพสามารถป้องกันลมเพลมพัด ทำลายอาถรรพ์ต่างๆ อันเกิดจากอาคมจากภูตผีปีศาจ เวลาจำเป็นต้องเดินป่าและค้างอ้างแรมในป่า นอนต่างถิ่นแปลกที่นี้จำเป็นจะต้องมีเพราะอาถรรพ์ป่ามีมากมายนัก สถานที่แปลกถิ่นแปลกที่ที่เราก็ไม่ทราบว่าจะมีอาถรรพ์อะไรบ้างมีดเทพศาสตรานี้สามารถสะกดสัตว์ร้ายและอสรพิษ นักเลงที่ว่าอยู่คงกระพัน ยิงฟันไม่เข้า ถ้าเจอมีดเทพศาสตราแล้ว ผิวหนังยุ่ยทุกคนเลยทีเดียวนักเลงอาคมหรือพวกเล่นของจะกลัวกันมาก สามารถอาราธนาทำน้ำมนต์ดื่มกินรักษาโรคอันเกิดจากอาคม เกิดจากอาถรรพ์ต่างๆ แม้แต่คนถูกผีเข้า อานุภาพของมีดเทพศาสตราเมื่อพกติดตัวยังเป็นมหาอุด และแคล้วคลาดจากภัยจากอาวุธทั้งปวง มีประสบการณ์มากมายสำหรับคนที่พกมีดเทพศาสตรา โดยเฉพาะของหลวงพ่อเดิม พุทธสโรที่ท่านได้สร้างไว้ ข้าพเจ้าจะพาท่านไปทำความรู้จักขั้นตอนของการทำมีดเทพศาตราว่ามีขั้นตอนอย่างไร
มีดหมอเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ชอบมีดอยู่แล้ว ใครมีดหมอยุคหลังเอามาโชว์กัน เล่มแรกนี้เป็นของ หลวงปู่ทองดำ วัดท่าทอง จ. อุตรดิตถ์ ใบมีดเหล็กน้ำพี้ ด้ามงา ฝักงา
แต่โบราณจะสร้างเป็นมีดดาบสำหรับพระมหากษัตริย์และแม่ทัพเพื่อออกรบทำลายอาถรรพ์ของศัตรูตำราการสร้างน่าจะถือกำเนิดในสมัยอยุธยาตอนปลาย กรรมวิธีการสร้างตามแบบโบราณนั้น สร้างยากมาก ตั้งแต่ใบดาบต้องหาวัสดุอาถรรพ์ต่างๆ นำมาหลอมและตีเป็นใบดาบ วัสดุต่างๆ ที่นำมาหล่อหลอมมีดังนี้ ตะปูโรงผีตายโหง, ตะปูสังขวานร, เหล็กยอดเจดีย์, เหล็กทิ่มผี (เหล็กที่ใช้เขี่ยศพให้ไฟได้เผาโดยทั่ว สำหรับการเผาศพกลางแจ้งในสมัยโบราณ) บาตรแตก, เหล็กน้ำพี้ ทุกอย่างเมื่อหาได้ครบแล้วต้องตั้งศาลเพียงตา บวงสรวง ต้องหาฤกษ์ยามในการตีใบมีด ต้องหาฟืนที่เป็นไม้มงคลมาสุมไฟ เบ้าหลอมก็ต้องลงยันต์และอักขระต่างๆ มีราชวัติฉัตรธง เพดานต้องดาดด้วยผ้าลงยันต์ ช่างตีต้องนุ่งขาวห่มขาว บางอาจารย์จะทำการหลอมแล้วลงถม คือหลอมแล้วตีเป็นแผ่น พระอาจารย์จะนำมาจารอักขระบนแผ่นโลหะจนทั่วแล้วนำไปหลอม ทำแบบนี้จนครบ ๙ ครั้ง หรือ ๑๐๘ ครั้ง แล้วแต่พระอาจารย์ผู้สร้าง
มีดหมอ หลวงปู่ปรง วัดธรรมเจดีย์จ.สิงห์บุรี หลวงปู่เป็นสหายธรรมกับหลวงพ่อกวย วัดโฆษิตราม วิชาอาคมสมาธิจิตไม่แพ้ใครเลยครับ เล่มนี้เป็นมีดขนาดเล็ก ด้ามงา ฝักงา
เมื่อตีเป็นดาบแล้วจะนำมาบรรจุของมงคลต่างๆ ที่ด้าม เช่น บรรจุผงอิทธิเจ, ผงตรีนิสิงห์เห ผงปถมัง, ผงว่านยาต่างๆ บางอาจารย์ใส่ตะกรุดลงบรรจุไว้ด้วยแล้วผนึกด้วยครั่ง เสร็จแล้วนำมาปลุกเสกอีกทีนานแค่ไหนแล้วแต่พระอาจารย์จะพอใจ, ไม้ต่างๆ ที่นำมาทำด้ามและฝักก็จะใช้ไม้อันเป็นมงคล เช่น ชัยพฤกษ์, ราชพฤกษ์, ไม้พยุง, ไม้ค้ำโบสถ์, งา, เขาสัตว์ เป็นต้น
ในปัจจุบันการทำดาบดังกล่าวข้างต้นเห็นจะเลิกกันไปแล้ว เลิกไปนานเท่าใดไม่ทราบแน่น่าจะเลิกไปตั้งแต่ร้างลาการทำสงครามด้วยดาบตำราดังกล่าวก็ได้เปลี่ยนแปลงประยุกต์เป็นการทำมีดพกในขนาดต่างๆ ขนาดใหญ่ที่สุดก็คงประมาณไม่เกินศอก แต่ก็มีจำนวนน้อยไม่แพร่หลาย เนื่องจากทำไว้ใช้เฉพาะตัว พกพาลำบาก มีดเทพศาสตราได้แพร่หลายมากในยุคสมัยของ ท่านพระครูนิวาสธรรมขันธ์ (หลวงพ่อเดิม พุทธสโร) ในยุคแรกๆ ท่านทำให้ลูกศิษย์ของท่านที่ต้องรอนแรมในป่าเพื่อชักลากไม้มาสร้างศาลา สร้างโบสถ์ มูลเหตุที่ต้องสร้างมีดเทพศาสตรา เนื่องจากศิษย์ของท่านยามเมื่อเข้าป่าตัดไม้มักเจ็บป่วย ถูกอาถรรพ์ป่าเล่นงาน ถูกผีป่าบ้าง นางไม้บ้าง ไข้ป่าบ้างเล่นงานมาบางครั้งช้างตกมันบังคับไม่อยู่ทำให้ควาญช้างได้รับอันตรายท่านเลยสร้างให้ลูกศิษย์ไว้พกติดตัวเพื่อป้องกันภัยแลอาถรรพ์ป่าเมื่อลูกศิษย์พกติดตัวปัญหาต่างๆ คลี่คลายลูกศิษย์ทุกคนต่างประจักษ์ในความศักดิ์สิทธิ์ของมีดเทพศาสตราที่ท่านทำร่ำลือกันปากต่อปากคนที่ทราบถึงความศักดิ์สิทธิ์ต่างก็มาขอให้ท่านทำให้จนทำแทบไม่ทันเพราะในยุคก่อนชาวบ้านส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพหาของป่าและชักลากไม้มาทำประโยชน์และนำมาจำหน่ายเพื่อหาเลี้ยงชีพเมื่อมีคนต้องการมาก กรรมการวัดจึงดำหริสร้างเพื่อให้ผู้ศรัทธาได้เช่า บูชาซะเลย เพื่อนำปัจจัยต่างๆ มาสร้างสาธารณะประโยชน์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีดเทพศาสตราของท่าน แพร่หลายอยู่มากพอสมควร ทำให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก และได้มีโอกาสศึกษาให้ความสนใจในมีดเทพศาสตรานี้
มีดหมอ หลวงปู่สนิท วัดบางกะพี้ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ใบมีดเป็นเนื้อสัมฤทธิ์ ด้ามงา ฝักไม้ สร้าง 6 เล่ม
กรรมวิธีที่ท่านสร้างได้สอบถาม คนเก่าหลายท่านที่ได้รู้ได้เห็นต่างบอกตรงกันว่า ได้ว่าจ้างช่างให้ตีมีดมาส่งให้ท่าน เหล็กใบมีดนั้นแล้วแต่ช่างจะหามาตี อักขระต่างๆ บนตัวมีด ช่างจะเป็นคนนำมาขอให้หลวงพ่อเดิม เห็นชอบแล้วค่อยตอกลงบนใบมีดอีกที เสร็จแล้วจะนำมาที่วัดให้พระเณรช่วยกัน บรรจุของมงคล, แผ่นยันต์ลงในด้ามแล้วนำมาให้ท่านปลุกเสก อธิษฐานจิตอีกที มีดในยุคแรกจะเป็นขนาดใหญ่ประมาณ ๑ ศอก ฝักไม้ ด้ามไม้ แหม(แหวนรัดฝัก) อาจจะเป็นหวายถัก ต่อมาได้มีการทำเป็นฝักไม้ ด้ามงา และฝักงา ด้ามงา ตั้งแต่ ๑ ศอก, ขนาด ๙ นิ้ว (ขนาดของใบมีด), ขนาด ๖ นิ้ว, ขนาด ๕ นิ้ว และขนาดปากกา ๒.๕ นิ้ว, ๒ นิ้ว และนิ้วครึ่ง ขนาดปากกาจะทำด้วยงาทั้งหมด แหวนรัดด้ามรัดฝักนั้นทำด้วยเงิน ทำด้วย ๓ กษัตริย์ คือทองนาค เงิน ก็มี
ยุคสมัยของหลวงพ่อเดิม พุทธสโรนั้นเป็นยุคทองของมีดเทพศาสตราก็ว่าได้ ทำให้คนรู้จักมีดเทพศาสตรานี้มากขึ้น ท่านมีศิษย์ถ่ายทอดการทำมีดเทพศาสตราหลายรูปด้วยกัน เช่น หลวงพ่อกัน วัดเข้าแก้ว, หลวงพ่อจ้อย วัดศรีอุทุมพร, หลวงพ่อน้อย วัดหนองโพ,หลวงพ่อเชื้อ วัดใหม่บำเพ็ญบุญ, หลวงพ่อโอด วัดจันเสน หลวงพ่อโอน วัดโคกเดื่อฯลฯ
มันเกิดจากการสันนิษฐานหลายด้าน.....(ประการแรกคือ หากเรียกว่ามีดพระ ก็จะกลายเป็นว่าพระนั้นสร้างศาสตรวุธ ซึ่งถือว่าไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง พระท่านมิใช่นักรบ แต่พระเป็นสาวกขององค์พระศาสดา มีหน้าที่ช่วยเหลือมนุษย์ให้พ้นทุกข์).....(ประการต่อมาก็คือ สมัยก่อนนั้นเรื่องราวเกี่ยวกับผีเข้า หรือถูกคุณไสย มักจะมีให้เห็นกันอยู่เนือง ๆ ผู้ที่จะปราบหรือขับไล่ภูติผีปิศาจ มีคนอยู่สองกลุ่มด้วยกัน).....(กลุ่มแรกคือพระเกจิฯ ที่เรืองเวทย์ มีวิชาอาคม).....(กับอีกกลุ่มหนึ่งคือพวกหมอผี โดยเครื่องมือที่ใช้ในการสยบวิญญาณความชั่วร้าย จะเป็นพวกมีดที่พระเกจิฯ ทำขึ้นเสียเป็นส่วนมาก) ดังนั้นการเรียกชื่อจึงมักเรียกว่า (มีดหมอ) จนติดปาก"..
 เอามันไม่อยู่ มึงต้องระวังตัวให้ดี หากทะเล่อทะร่าไปกินยาสั่งของพวกมันเข้า เตรียมต่อโลงรอไว้ได้เลย ทุกสรรพสิ่งในโลกใบนี้มันย่อมต้องมีของคู่กันเสมือนการเรียนผูกย่อมต้องมีการเรียนแก้ เมื่อมียาสั่งก็ย่อมต้องมีสิ่งที่แก้ยาสั่งนั่นก็คือ "มีดหมอ" มีดหมอที่ได้รับการปลุกเสกจากพระเกจิฯ ที่มีวิชาอาคมสูง ๆ จะแก้คุณไสย ยาดำ ยาสั่งได้จริง ๆ ขั้นตอนก็ไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก เพียงนึกถึงคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์และนึกถึงพระเกจิฯ ที่สร้างมีดหมอขึ้นมา จากนั้นก็นำมีดหมอจุ่มลงไปในอาหารที่ต้องการจะพิสูจน์ ถ้าอาหารนั้นมียาสั่ง ยาดำ มีดหมอจะสำแดงอิทธิฤทธิ์โดยเปลี่ยนสีอาหารจานนั้นให้เป็นสีดำทั้งหมดทั้งจานในทันที เรื่องนี้สอดคล้องกับหนังสือชีวประวัติของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ได้กล่าวเอาไว้ว่าในขณะที่หลวงพ่อปานกำลังจะฉันภัตตาหาร ที่พวกผีตายโหงปลอมตัวมาถวายนั้น หลวงพ่อปานได้นำมีดหมอของหลวงพ่อสุ่น มาจุ่มลงในอาหารที่ท่านจะฉันเข้าไป ปรากฏว่าอาหารได้กลายเป็นเศษแก้ว หนามอันแหลมคมในบัลดล.งานนนี้แน่นอนครับผมต้องไปถามเซียนพระ ทำไมจึงเรียกมีดที่กระเกจิฯ สร้างขึ้นมาว่ามีหมอ ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้วน่าจะเรียกว่า "มีดพระ" จึงจะเหมาะสม คำตอบที่ออกมาจากปากของเซียนพระก็คือ....."
|