องค์เทพดอทคอม
       หน้าแรก        บทความทั้งหมด        
 
กูจะครอบฟ้า กูจะครอบดิน กูจะครอบทั้งสิ้นสายสมุทร

ปางพระพุทธรูป ( ๕๑-๗๓ )

                                                     

๕๑.ปางชี้มาร
 
   พระพุทธรูปปางชี้มาร วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ซ้ายห้อยลงข้างพระวรกาย พระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระพักตร์ ชี้นิ้วไปข้างหน้า

ความเป็นมาของปางชี้มาร
   พระโคถิกเถระ ปฏิบัติธรรมจนสำเร็จอรหันต์ผล เป็นพระอรหันต์ มารคิดว่าวิญญาณของท่านเพิ่งออกจากร่าง จึงแฝงกายเข้าไปในก้อนเมฆ เที่ยวตามหาวิญญาณของท่าน แต่ไม่พบ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงยกพระหัตถ์ชี้มารให้ภิกษุทั้งหลายดูและตรัสบอกภิกษุว่า "มารผู้มีใจบาปกำลังแสวงหาวิญญาณพระโคธิกะอยู่ แต่ไม่มีวิญญาณของพระเถระในที่นั้น ด้วยเธอได้นิพพานไปแล้ว" เมื่อมารค้นหาวิญญาณของพระโคธิกเถระไม่พบ จึงแปลงเพศเป็นมาณพน้อยเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ มารทูลถามว่า พระโคธิกะอยู่ที่ใด เมื่อพระพุทธองค์ตรัสตอบว่า พระโคธิกะนิพพานแล้ว มารตกตะลึงด้วยคาดไม่ถึง อันตรธานหายวับไปทันที พระพุทธองค์ตรัสว่า "ผู้มีศีลบริสุทธิ์ อยู่ด้วยความไม่ประมาทย่อมถึงวิมุตติ เพราะฌานหยั่งรู้ชอบแล้ว มารจะไม่ประสบพบทางชองท่านได้เลย"
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                     

๕๒.ปางปฐมบัญญัติ
 

   พระพุทธรูปปางปฐมบัญญัติ วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิ ยกฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองข้างตะแคงยื่นออกไปข้างหน้า

ความเป็นมาของปางปฐมบัญญัติ

   ในสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ที่นครเวสาลี สุทินกลันทบุตร ได้ฟังพระธรรมเทศนา บังเกิดความเลื่อมใสทูลขอบรรพชาอุปสมบท แต่บิดามารดาอยากให้สึกมาดูแลสมบัติของตระกูล พระสุทินยังยินดีในพรหมจรรย์ บิดาจึงขอทายาทเพราะหากไม่มีผู้สืบสกุล ทรัพย์สินจะถูกยึดตามธรรมเนียม พระสุทินจึงได้ร่วมประเวณีกับภรรยาเก่าตามคำขอร้องและได้บุตรชายคนหนึ่ง ต่อมาท่านรู้สึกไม่สบายใจจึงเล่าให้ภิกษุทั้งหลายทราบ ความทราบถึงพระพุทธองค์ ทรงติเตียนพระสุทิน ที่ทำกรรมที่ไม่สมควรอย่างยิ่งแก่สมณะ จึงบัญญัติสิกขาบทว่า "ภิกษุเสพเมถุนต้องขาดจากความเป็นภิกษุทันที" นับเป็นปฐมบัญญัติ คือ ข้อแรกในพระวินัยของพระภิกษุ การประพฤติของพระสุทินสมัยนั้นถือว่ายังไม่ขาดจากความเป็นภิกษุ พระพุทธองค์ไม่ทรงเอาผิด เพราะยังมิได้มีสิกขาบทห้ามไว้ แต่ถ้าภิกษุใดทำเช่นนี้อีก ถือว่าปาราชิก ขาดจากความเป็นภิกษุทันที

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                   

๕๓.ปางขับพระวักกลิ
 

    พระพุทธรูปปางขับพระวักกลิ วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบทประทับ ( นั่ง ) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายวางบนพระเพลา ( ตัก ) พระหัตถ์ขวาตะแคงอยู่บริเวณพระนาภี ( สะดือ ) บางแบบพระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระอุระ ( อก ) แสดงกิริยาทรงโบกพระหัตถ์ขับไล่ให้ออกไป

ความเป็นมาของปางขับพระวักกลิ

    กุลบุตรจากตระกูลพราหมณ์นามวักกลิ ได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดเลื่อมใสในพุทธจริยวัตรและพึงพอใจในพระสรีระของพระองค์ จึงออกบวชเพราะต้องการจะชมพระบารมีของพระพุทธองค์อย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามพระพุทธองค์ไปทุกแห่ง เมื่อบวชก็ไม่ได้ใส่ใจปฏิบัติและศึกษาพระธรรมวินัย พระพุทธองค์ทรงประทานโอวาทว่า "ดูก่อนพระวักกลิ เธอมัวติดตามดูร่างกายอันต้องเปลือยเน่านี้ด้วยเหตุอันใด ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นจึงเห็นเรา ผู้ใดเห็นเรา ผู้นั้นย่อมเห็นธรรม" แต่พระวักกลิยังคงปฏิบัติเช่นเดิม ในที่สุดพระพุทธองค์ก็ทรงขับไล่พระวักกลิ ทำให้พระวักกลิน้อยใจจนคิดฆ่าตัวตาย พระพุทธองค์ทรงทราบด้วยพระญาณจึงทรงแสดงปาฏิหาริย์ให้พระรูปของพระองค์ไปปรากฎอยู่เฉพาะหน้าของพระวักกลิ และตรัสเทศนาธรรมโปรด พระวักกลิปลื้มปีติอย่างยิ่ง และพิจารณาธรรมไปตามลำดับจนได้บรรลุอรหันผล พระวักกลิได้รับการสรรเสริญจากพระพุทธองค์ว่าเป็นเลิศในด้านศรัทธาวิมุตติ คือเป็นผู้พ้นจากกิเลสด้วยศรัทธา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                            

๕๔.ปางสนเข็ม
 

    พระพุทธรูปปางสนเข็ม วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม พระพุทธรุปอยู่ในพระอิริยาบทประทับ ( นั่ง ) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ทั้งสองข้างยกขึ้นเสมอพระอุระ ( อก ) พระหัตถ์ซ้ายอยู่ในพระอิริยาบถจับเข็ม พระหัตถ์ขวาจับเส้นด้าย เป็นกิริยาสนเข็ม

ความเป็นมาของปางสนเข็ม

    ครั้งหนึ่งพระจีวรของพระอนุรุทธเถระเก่ามาก ท่านจึงแสวงหาผ้าบังสุกุลเพื่อมาทำจีวร พระเถระพบผ้า ๓ ผืนที่กองหยากเยื่อจึงเก็บมา ในสมัยโบราณการทำจีวรต้องตัดเย็บและย้อมเอง พระสงฆ์ทั้งหลายจึงมาช่วยกันอย่างพร้อมเพรียงแบ่งหน้าที่กันทำตามความเหมาะสม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงช่วยร้อยด้ายเข้าในบ่วงเข็ม ( สนเข็ม ) เมื่อพระรูปใดด้ายหมดก็ส่งเข็มถวาย พระพุทธองค์ก็ทรงสนเข็มประทาน จนการเย็บจีวรสำเร็จเรียบร้อยด้วยดี

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                       

๕๕.ปางประทานพร ( นั่ง )
 

   พระพุทธรูปปางประทานพร ( นั่ง ) วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ ( นั่ง ) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา ( ตัก ) แบฝ่าพระหัตถ์ขวายื่นออกไปวางที่พระชานุ ( เข่า )

ความเป็นมาของปางประทานพร ( นั่ง )

   เมื่อครั้งพระอานนท์ถูกสงฆ์เลือกให้ทำหน้าที่เป็นพระอุปัฏฐาก ท่านได้ขอพร ๘ ประการ จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร ๔ ข้อแรก ได้แก่ ไม่ประทานจีวรอันประณีตแก่ท่าน ไม่ประทานบิณฑบาตอันประณีตที่พระองค์ได้มาแก่ท่าน ไม่ประทานให้ท่านอยู่คันธกุฏิเดียวกับพระพุทธองค์ และไม่ทรงพาท่านไปในที่นิมนต์ ส่วน ๔ ข้อหลังได้แก่ ขอให้พระพุทธองค์ไปในที่นิมนต์ที่ท่านรับไว้ ถ้าท่านนำพุทธบริษัทมาจากแดนไกลขอให้ได้เข้าเฝ้าทันที ถ้าท่านมีความสงสัยขอให้ถามท่านได้ทันที และข้อสุดท้ายคือ ถ้าพระพุทธองค์ทรงไปแสดงพระธรรมที่ไหน ถ้าท่านไม่ได้ฟัง ขอให้แสดงแก่ท่านอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อป้องกันคำครหาว่าท่านอุปัฏฐากแล้วไม่ได้รับความเอื้อเฟื้อจากพระพุทธองค์เลยพระพุทธองค์ได้ประทานพรทั้ง ๘ ประการ แก่พระอานนท์

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                     

๕๖.ปางประทานพร ( ยืน)
 

   พระพุทธรูปปางประทานพร ( ยืน) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถยืน ยกพระหัตถ์ขวาเสมอพระอุระ ( อก ) แบฝ่าพระหัตถ์ออกไปข้างหน้า พระหัตถ์ซ้ายห้อยลง แบฝ่าพระหัตถ์ออกไปข้างหน้า บางแบบยกพระหัตถ์ซ้ายขึ้น ห้อยพระหัตถ์ขวา

ความเป็นมาของปางประทานพร ( ยืน)

   มหาอุบาสิกาวิสาขา บุตรีของธนัญชัยเศรษฐี เป็นหญิงที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเบญจกัลยาณี ได้แก่ มีผมงาม เนื้องาม ฟันงาม ผิวงาม วัยงาม นางมีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก และเป็นพระโสดาบันบุคคลตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ ในช่วงฤดูฝนในพรรษาหนึ่ง นางวิสาขาไให้นางทาสีของนางมานิมนต์พระภิกษุ พอดีฝนตก พระภิกษุเปลือยกายอาบน้ำฝนอยู่ในพระเชตวันมหาวิหาร นางทาสีเข้าใจว่าเป็นนักบวชลัทธิชีเปลือย จึงกลับไปบอกนางวิสาขา หลังจากถวายภัตตาหารและพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทำภัตกิจเสร็จแล้ว นางวิสาขาจึงกราบทูลขอประทานพรจากพระพุทธองค์เพื่อถวายสิ่งของต่าง ๆ แก่ภิกษุ ภิกษุณี ได้แก่ ( ๑ ) ผ้าอาบน้ำฝน ( ๒ ) อาหารสำหรับภิกษุอาคันตุกะ ( ๓ ) อาหารสำหรับภิกษุผู้เตรียมจะไป ( ๔ ) อาหารสำหรับภิกษุป่วยไข้ ( ๕ ) อาหารสำหรับภิกษุผู้พยาบาลภิกษุ ( ๖ ) ยาสำหรับภิกษุผู้ป่วยไข้ ( ๗ ) ขอให้ได้ถวายข้าวยาคู ( ๘ ) ผ้าอาบน้ำสำหรับภิกษุณี พระพุทธองค์ทรงประทานพรทั้ง ๘ ข้อแก่นางวิสาขา

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                       

๕๗.ปางประทานธรรม
 

   พระพุทธรูปปางประทานธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ ( นั่ง ) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายจับด้ามพัด พระหัตถ์ขวาวางคว่ำที่พระชานุ ( เข่า )

ความเป็นมาของปางประทานธรรม

   ครั้งหนึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสแก่ภิกษุ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ว่าพระพุทธองคทรงประกอบด้วยทศพลญาณ ๑๐ เวสารัชญาณ ๔ จึงได้ปฏิญาณฐานะของผู้องอาจและทรงประทานธรรมเรื่องเบญจขันธ์ ( รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ) และปฏิจจสมุปบาท ( การที่ทุกข์เกิดเพราะอาศัยปัจจัยต่อเนื่องกันมา ) แก่เทวดาและมนุษย์

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                       

๕๘.ปางประทานอภัย ( นั่ง )
 

    พระพุทธรูปปางประทานอภัย ( นั่ง ) วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ ( นั่ง ) ขัดสมาธิ ยกพระหัตถ์ทั้งสองขึ้นเสมอพระอุระ ( อก ) ตั้งฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองเบนไปข้างหน้าเล็กน้อย บางแบบเป็นพระอิริยาบถยืน

ความเป็นมาของปางประทานอภัย ( นั่ง )

    พระเจ้าอชาตศรัตรู พระราชโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร แห่งกรุงราชคฤห์ ถูกพระเทวทัตยุยงให้ปลงพระชนม์พระราชบิดา แล้วขึ้นครองราชแทน พระเจ้าอชาตศัตรูยังทรงช่วยสนับสนุนพระเทวทัตส่งนายขมังธนูไปปลงพระชนม์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ไม่สำเร็จ ภายหลังสำนึกตัว จึงเสด็จมาสารภาพความผิดของตนและขอพระราชทานอภัยโทษกับพระพุทธองค์ ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งสูงสุด หันมาทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา และทรงให้ความอุปถัมภ์ในการทำสังคายนาพระไตรปิฎก ครั้งที่ ๑

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                      

๕๙.ปางโปรดพญาช้างนาฬาคิรี
 

    พระพุทธรูปปางโปรดพญาช้างนาฬาคิรี วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ซ้ายห้อยลงข้างพระวรกาย พระหัตถ์ขวาคว่ำลงยื่นไปข้างหน้าเสมอพระนาภี ( สะดือ ) เป็นกิริยา ทรงลูบกระพองศรีษะพญาช้างนาฬาคิรีที่เข้ามาหมอบเฝ้าอยู่แทบพระบาท

ความเป็นมาของปางโปรดพญาช้างนาฬาคิรี

    พระเทวทัตคิดประทุษร้ายต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๒ ครั้งแล้ว แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ในครั้งที่ ๓ พระเทวทัตได้ติดสินบนแก่ควาญช้างเพื่อมอมเหล้าพญาช้างนาฬาคิรีจนเกิดความคลุ้มคลั่ง แล้วปล่อยให้ไปทำร้ายพระพุทธองค์ ขณะเสด็จพุทธดำเนินบิณฑบาตโปรดสัตว์ ขณะที่พญาช้างส่งเสียกึกก้องโกญจนาท วิ่งตรงเข้าหาพระพุทธองค์นั้น พระอานนท์วิ่งออกมาขวางหมายน้อมถวายชีวิต พระพุทธองค์จึงทรงใช้พุทธปาฏิหาริย์บันดาลให้พญาช้างวิ่งไปทางอื่น แล้วทรงแผ่เมตตาจนช้างได้สติ ทรุดกายลงยกงวงขึ้นถวายอภิวาท พระพุทธองค์ทรงยกพระหัตถ์ขวาลูบกระพองศรีษะและทรงประทานโอวาทแก่พญาช้างให้หยุดกระทำปาณาติบาต ละเลิกความโกรธ ไม่คิดเบียดเบียนอีกต่อไป

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                   

๖๐.ปางโปรดพญาชมพูบดีหรือปางทรงเครื่อง
 

   พระพุทธรูปปางโปรดพญาชมพูบดีหรือปางทรงเครื่อง วัดหน้าพระเมรุราชิการาม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ ( นั่ง ) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายวางหงายบนพระเพลา ( ตัก ) พระหัตถ์ขวาวางคว่ำบนพระชานุ ( เข่า ) ทรงเครื่องต้นอย่างพระมหากษัตริย์

ความเป็นมาของปางโปรดพญาชมพูบดีหรือปางทรงเครื่อง

  พญาชมพูบดีผู้มีฤทธิ์เดชมาก มีความริษยาพระเจ้าพิมพิสาร เพราะทรงมีปราสาทงดงามกว่าปราสาทของพระองค์ จึงมารุกรานข่มเหง จนพระเจ้าพิมพิสารต้องหนีไปพึ่งพระบารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธองค์ทรงเนรมิตพระองค์เองเป็นพระเจ้าราชาธิราชที่งดงามดุจท้าวมหาพรหม และรับสั่งให้ท้าวสักกเทวราชแปลงเป็นราชทูตไปทูลเชิญพญาชมพูบดีมา พญาชมพูบดีตกตะลึงในความงดงามและความยิ่งใหญ่แห่งพระนครของพระราชาธิราช พระพุทธองค์ทรงให้โอกาสพญาชมพูบดีแสดงอิทธิฤทธิ์ แต่ก็พ่ายต่อพระพุทธองค์ จึงทรงบันดาลให้ทุกสิ่งกลับคืนสู่สภาพเดิมและทรงแสดงธรรมโปรด จนพญาชมพูบดีเบื่อหน่ายในราชสมบัติอันไม่ยั่งยืน ทูลขออุปสมบท พระพุทธองค์ทรงประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาแก่พญาชมพูบดี

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                       

๖๑.ปางปาลิไลยก์
 

   พระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ ( นั่ง ) บนก้อนศิลา พระบาททั้งสองวางอยู่บนดอกบัว พระหัตถ์ซ้ายขวาวางคว่ำบนพระชานุ ( เข่า ) พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุนิยมสร้างช้างหมอบใช้งวงจับกระบอกน้ำ อีกด้านหนึ่งมีลิงถือรวงผึ้งถวาย

ความเป็นมาของปางปาลิไลยก์

   ครั้งหนึ่งพระภิกษุในวัดโฆสิตาราม กรุงโกสัมพี ทะเลาะวิวาทกัน ประพฤติตนเป็นผู้ว่านอนสอนยาก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงระอาพระทัยจึงเสด็จไปจำพรรษาอยู่ในป่าแถบหมู่บ้านปาลิเลยยกะ โดยมีพญาช้าปาลิเลยยกะและลิงตัวหนึ่งเป็นอุปัฏฐาก ครั้นออกพรรษา พระอานนท์พร้อมด้วยคณะพระภิกษุได้มากราบทูลอาราธนาพระพุทธองค์ให้เสด็จกลับพระเชตวันมหาวิหาร หลังจากพระพุทธองค์เสด็จกลับ พญาช้างเสียใจล้มลงขาดใจตาย บรรดาพระภิกษุผู้ว่ายากเมื่อทราบว่าพระพุทธองค์เสด็จกลับมายังพระเชตวันมหาวิหาร ก็รีบเดินทางมาเข้าเฝ้าเพื่อแสดงความสำนึกผิด

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                      

๖๒.ปางแสดงโอฬาริกนิมิต
 

   พระพุทธรูปปางแสดงโอฬาริกนิมิต วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม พระพุทธรูปอยู่ในอิริยาบถประทับ ( นั่ง ) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายยกขึ้นป้องเหนือพระอุระ ( อก ) พระหัตถ์ขวาวางบนพระชานุ ( เข่า )

ความเป็นมาของปางแสดงโอฬาริกนิมิต

   ในวันเพ็ญเดือน ๓ ( วันมาฆบูชา ) พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จไปประทับที่ปาวาลเจดีย์ ทรงแสดงโอฬาริกนิมิต คือ ตรัสให้พระอานนท์ทราบว่าผู้ใดเจริญอิทธิบาทภาวนา หรือ อิทธิบาท ๔ ได้สมบูรณ์แล้ว ผู้นั้นย่อมสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ถึงกัปหนึ่งหรือเกินกว่าได้ตามประสงค์ แม้พระพุทธองค์ได้ตรัสแสดงนิมิตถึง ๓ หน แต่พระอานนท์ก็มิได้ทูลอาราธนาให้ดำรงพระชนม์ชีพอยู่ตลอดกัปเพราะถูกมารดลใจ พระพุทธองค์ทรงเคยแสดงนิมิตทำนองนี้ในสถานที่ต่าง ๆ ถึง ๑๖ ครั้ง ( อิทธิบาท ๔ ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา )

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                    

๖๓.ปางโปรดอสุรินทราหู
 

    พระพุทธรูปปางโปรดอสุรินทราหู วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถนอนตะแคงขวา พระบาททั้งสองซ้อนทับเสมอกัน พระหัตถ์ซ้ายแนบไปตามพระวรกาย พระหัตถ์ขวาตั้งขึ้นรับพระเศียรและมีพระเขนย ( หมอน ) รองรับ บางแบบพระเขนยวางอยู่ใต้พระกัจฉะ ( รักแร้ )

ความเป็นมาของปางโปรดอสุรินทราหู

    อสุรินทราหู อุปราชของท้าวเวปจิตติอสุรบดินทร์ผู้ครองอสูรพิภพ ได้สดับพระเกียรติคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจากเหล่าเทวดาทั้งหลาย จึงมีความประสงค์จะฟังธรรมจากพระพุทธองค์ แต่คิดว่าพระพุทธองค์เป็นมนุษย์มีพระวรกายเล็ก ตนมีร่างกายใหญ่หากไปเฝ้าก็จะต้องก้มลงมองด้วยความลำบาก วันหนึ่งตัดสินใจไปเข้าเฝ้า พระพุทธองค์ทรงเนรมิตพระวรกายให้ใหญ่กว่าขุนเขาและเสด็จสีหไสยาสน์ พระเศียรหนุนภูเขาต่างพระเขนย แม้พระบาททั้งสองข้างที่วางซ้อนกันอยู่ก็ยังสูงใหญ่กว่าอสุรินทราหู อสุรินทราหูต้องแหงนคอตั้งบ่าเพื่อชมพุทธลักษณะ พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงปาฏิหาริย์พาอสุรินทราหูขึ้นไปยังพรหมโลก บรรดาพรหมทั้งหลายมีร่างกายเล็กกว่าพระพุทธองค์และต่างมองอสุรินทราหูเหมือนประหนึ่งมนุษย์จ้องมองมดปลวกตัวเล็กๆ อสุรินทราหูบังเกิดความกลัวต้องหลบอยู่หลังพระพุทธองค์ นับแต่นั้นมาก็ลดทิฐิมานะ เมื่อได้ฟังพระธรรมเทศนาจึงเกิดความเลื่อมใส ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                     

๖๔.ปางโปรดอาฬวกยักษ์ี
 

    พระพุทธรูปปางโปรดอาฬวกยักษ์ วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถประทับ ( นั่ง ) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ซ้ายอยู่บนพระเพลา ( ตัก ) พระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระอุระ ( อก ) จีบนิ้วพระหัตถ์ เป็นกิริยาทรงแสดงธรรม บางแบบพระหัตถ์ซ้ายวางบนพระชานุ ( เข่า )

ความเป็นมาของปางโปรดอาฬวกยักษ์ี

    ครั้งหนึ่งเจ้าผู้ครองนครอาฬวี ชอบล่าสัตว์เป็นกิจวัตร วันหนึ่งพลัดหลงเข้าไปพักใต้ต้นไทรซึ่งเป็นเขตหวงห้ามของอาฬวกยักษ์ ถูกยักษ์จับไว้เพื่อกินเป็นอาหาร จึงขอให้ปล่อยตัวกลับและสัญญาจะส่งคนมาให้กินวันละหนึ่งคน เมื่อนักโทษหมดก็ส่งเด็กให้วันละคน ต่อมาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบด้วยพระญาณ จึงได้เสด็จไปยังที่อยู่ของอาฬวกยักษ์ แล้วแสดงธรรมโปรดจนอาฬวกยักษ์ได้ดวงตาเห็นธรรม เป็นพระโสดาบัน

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                      

๖๕.ปางโปรดองคุลิมาลโจร
 

   พระพุทธรูปปางโปรดองคุลิมาลโจร วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถยืน พระหัตถ์ซ้ายห้อยลงข้างพระวรกาย พระหัตถ์ขวายกขึ้นเสมอพระอุระ ( อก ) นิ้วพระหัตถ์ตั้งตรง หันฝ่าพระหัตถ์ไปทางซ้าย

ความเป็นมาของปางโปรดองคุลิมาลโจร

  อหิงสกกุมารบุตรพราหมณ์ปุโรหิตแห่งสาวัตถี ได้ศึกษาสรรพวิชาอยู่ ณ สำนักทิศาปาโมกข์ เมืองตักศิลา ผู้เป็นอาจารย์ถูกยุยงว่า อหิงสกะหมายล้มล้างตน จึงหาทางกำจัดโดยยืมมือผู้อื่นฆ่า และบอกว่าจะสอน "วิษณุมนต์" ให้ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องหานิ้วมือมนุษย์จำนวนหนึ่งพันนิ้วจากหนึ่งพันคนมาบูชาครู พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบด้วยพระอนาคตังสญาณว่า อหิงสกะ หรือ องคุลีมาลโจรหรือจอมโจรผู้มีนิ้วมือเป็นมาลัย กำลังจะทำกรรมหนัก เพราะกำลังจะฆ่ามารดาจึงเสด็จไปขวางทาง องคุลีมาลโจรตะโกนว่า "หยุดก่อนสมณะ" พระพุทธองค์ทรงรับสั่งว่า "เราหยุดแล้ว แต่ท่านนั่นแหละยังไม่หยุด" พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงธรรมจนองคุลีมาลทูลขอบรรพชา พระพุทธองค์จึงทรงประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาให้องคุลีมาลได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหัต์ในกาลต่อมาี

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                      

๖๖.ปางโปรดพกาพรหม์
 

   พระพุทธรูปปางโปรดพกาพรหม วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบถยืนบนเศียรพกาพรหมซึ่งประทับบนหลังโคอุสุภราช พระหัตถ์ทั้งสองวางทาบบนพระเพลา ( ตัก ) บางแบบพระหัตถ์ประสานกันอยู่ระหว่างพระเพลา พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย ทอดพระเนตรลงเบื้องต่ำ

ความเป็นมาของปางโปรดพกาพรหม

   ท้าวพกาพรหมมีความเห็นว่าสิ่งทั้งหลายเป็นของเที่ยงแท้ไม่แปรผัน ซึ่งขัดต่อคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ว่าสรรพสิ่งย่อมไม่เที่ยง เป็นไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พระพุทธองค์โปรดให้ท้าวพกาพรหมแสดงฤทธิ์โดยให้ไปซ่อนตัว แต่ไปซ่อนที่ใด พระพุทธองค์ก็ทรงทราบ ต่อมาพระพุทธองค์ทรงทำปาฏิหาริย์อันตรธารหายไป และทรงแสดงพระธรรมเทศนาให้ได้ยินแต่พระสุรเสียง และทรงตรัสว่ากำลังเดินจงกรมอยู่บนเศียรของท้าพกาพรหม ท้าวพกาพรหมหมดทิฐิมานะ จึงตั้งใจฟังธรรมเทศนาจนได้บรรลุโสดาปัตติผลเป็นพระโสดาบัน

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                                                      

๖๗.ปางพิจารณาชราธรรม
 

   พระพุทธรูปปางพิจารณาชราธรรม วัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม พระพุทธรูปอยู่ในพระอิริยาบทประทับ (นั่ง) ขัดสมาธิ พระหัตถ์ทั้งสองวางคว่ำอยู่บนพระชานุ(เข่า) ทั้งสองข้าง


เมนู
  หน้าแรก
  * ดูบทความทั้งหมด
ติดตามข่าวสารได้ที่ ติดตามข่าวสารที่ทวิสเตอร์
บทความแนะนำ
* รวมอัลบั้มหลานชะพลูครับ
* รวมภาพไหว้ครูศิษย์หมอยา ๒๕๕๓
* ถามมา-ตอบไปกับอาจารย์หมอยา ๒๕๕๓
* ดูดวงกับหมอยา
* ถามมา-ตอบไปกับอาจารย์หมอยา ๒๕๕๔
* ตรวจองค์เทพ54
* รวมภาพเทพต่างๆ
* ปฏิบัติอย่างไร เมื่อตรวจพบว่ามีองค์เทพ
* การรับขันธ์ การปฏิบัติตนและคำทำนาย
* การมีองค์เทพชัดเจนแลแบบปฏิบัติ
* พระคาถาบูชาต่างๆ
รวมบทความ
  * งานรับบิณฑบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ( ๑ )
  * อวยพรปีใหม่โดยแขกรับเชิญ คุณกุหลาบขาวครับ
  * ผ้าป่าวัดกองเงินและตลาดโรงเกลือ ๒
  * การบวงสรวงของท่านสมาชิกต่างๆ
  * คุณสุริยาพาไหว้พระ ๑๙ วัดครับ
  * ปางพระพุทธรูป ( ๕๑-๗๓ )
  * ฤทธิ์-ปาฏิหาริย์-เทวดาแลเทพเทวา
  * พรปีใหม่
  * งานไหว้ครูตำหนักบรมครูปู่ฤาษี
  * ลูกผู้ชายควรอ่านที่นี่
  * การร่วมมือปรับปรุงศาลของหมู่บ้าน ๓
  * หมอยาและคุณสุิยาไปสงกรานต์ที่วัดสะพานสูง
  * ชมบารมีสหายสายเทพ และบ้านคนปั้นเศียร
  * หมอยากับคุณสุริยาทำบุญวันฉัตรมงคลครับ
  * วัดศรีษะทอง
  * พิธีไหว้ครูวัดลิ้นทอง
  * ไหว้ครูคุณเป้ ... [natnaree99@hotmail.com] 2553
  * หมอยาและอาจารย์สุริยาไปวัดช่องลมครับ
  * บทสวดขอขมาเพื่อลดและปลดหนี้กรรม
  * หมอยาทำบุญรับตรุษจีน ที่วัดป่าเลไลย์เมืองสุพรรณบุรี
  * บรมครูปู่ฤาษีนารอด
  * ปางพระพุทธรูป ( ๑-๑๗ )
  * ปางพระพุทธรูป ( ๑๗- ๓๔ )
  * พระแม่สุรัสวดี
  * หัวโขน
  * หมอยาไปกาญจนบุรีตอน ๒ วัดถ้ำแฝด
  * รวมอัลบั้มหลานชะพลูครับ
  * การร่วมมือปรับปรุงศาลของหมู่บ้าน ๒
  * สุริยาพาเที่ยวเกาะเกร็ดครับ
  * ปางพระพุทธรูปประจำเดือน
  * หมอยาไปทำบุญฉลองพระประธานวัดเจดีย์หอย
  * ไหว้ครูวัดม่วง ๒๙ มีนาคม ๕๒
  * ไหว้ครูวัดม่วง
  * ไหว้ครูคุณ จันทร์จิราครับ ๒๕๕๓
  * ถามมา-ตอบไปกับอาจารย์หมอยา ๒๕๕๓
  * หมอยาแนะนำแหล่งบูชาเทพครับ
  * อาจารย์หมอยาไปวัดแคและวัดสารภีกับอาจารย์สุริยา
  * กราบเคารพบูชาครูอาจารย์
  * รวมภาพมงคลบารมีร่างทรงครับ
  * พระฤาษีกับวิชาไสยศาสตร์
  * 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน อบายภูมิ 4 มนุษย์โลก
  * รวมภาพเทพต่างๆ
  * งานไหว้ครูตำหนักพ่อปู่ท้าวเวสสุวรรณ 2553
  * ทำบุญวัดเบญจมบพิตร, วัดราชนัดดา, วัดพระเชตุพนฯ
  * ภาษาเทพ
  * หมอยาพาเที่ยววัดไร่ขิงครับ
  * งานประดับยศว่าที่ร้อยตรี ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  * หมอยาไหว้พระวัดพญังเชิงครับ ภาค ๒
  * หมอยาไหว้พระวัดพญังเชิงครับ ภาค ๓
  * หมอยาไปทำบุญวันเกิดพระโพธิสัตว์ (เจ้าแม่กวนอิม)
  ดูบทความทั้งหมด...
Website counter

Page Ranking Tool
  หน้าแรก | บทความทั้งหมด | ดูดวงกับหมอยา
Copyright © 2010 Ongtep.com - All Rights Reserved
Powered by Sirivimol T.