ภาษาเทพ |

วัดวิศิษฏ์บุญญาวาส พุทธมณฑลสาย 2
ภาษาเทพ เมื่อศึกษาเรื่องเสียงพูดแปลกๆ ขณะทำสมาธิ และสอบถามไป
ยัง พระกรรมฐานที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องสมาธิและผู้รอบรู้ เรื่องสมาธิหลาย
ท่าน จึงได้ทราบข้อสังเกตที่เหมือนๆ กันในหลายๆส่วน เช่น ภาษาที่พูดออก
มานั้น ผู้พูดมักจะพูดออกมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้แต่จะมีความรู้สึกนึก
คิดหรือ รู้สึกตัวตลอดเวลา หรือ ภาษาที่พูดออกมานั้น มักจะรัวและเร็วกว่า
ภาษาพูด ธรรมดาที่คนทั่วไปพูดกัน และที่น่าสนใจที่สุดคือภาษานี้มักจะผล
มาจากการ ทำสมาธิถึงขั้นหนึ่งจนจิตมีความละเอียดพอที่ จะสัมผัสกับ
พลังงานต่างมิติ ไม่ว่าจะเป็นสัมภเวสี เทพ เทวดา ฯลฯ หรือเรียกง่ายๆ
ว่าเป็น “การลงทรง” หรือ“ประทับทรง”นั่นเอง"“การลงทรง” หรือ “
ประทับทรง”นั้นเป็นการติดต่อสื่อสารกับโลกวิญญาณ วิธีหนึ่งโดย
การทำสมาธิเป็นพื้นฐานของการประทับทรง นอกจากนี้การประทับทรงยัง
เป็นการทำให้เรา ได้รู้เข้าใจอะไรต่อ มิอะไรหลายอย่างเพราะการลงมาประทับ
ทรงของจิตวิญญาณนั้นมีอยู่หลาย ระดับ ตั้งแต่ สัมภเวสีเจ้าพ่อเจ้าแม่ จนถึง
เทพยดาเพราะเมื่อศึกษาไปก็ได้พบ ว่าโลกของเรานี้ไม่ได้มี เพียงแต่โลกที่มอง
เห็นด้วยตาแต่ยังมี
“มิติทางโลกวิญญาณ”
อยู่อีกหลายมิติเหลื่อมซ้อมกันอยู่ตาม ความหยาบ ละเอียด
ของจิตในสมาธิหรือเรียกว่า อยู่กันคนละ“ความถี่”อย่าง
มนุษย์เรา ก็เป็น“ความถี่”หนึ่งในโลกวัตถุ จึงทำให้ไม่
สามารถรู้เห็นมิติของโลก วิญญาณได้ขณะเดียวกันจิต
วิญญาณ ที่เป็นพวก สัมภเวสีก็จะไม่สามารถรับ รู้หรือเห็น
ดวงวิญญาณของเทพ ได้เพราะอยู่กันคoละ “ความถี่”นั่นเอง"ใน “การประทับทรง”นั้นถ้า
เป็นการทรงวิญญาณของมนุษย์หรือดวงจิตที่เพิ่ง เสีย ชีวิต
ไปได้ไม่นานนัก ผู้เป็นร่างทรงมักจะมีปฏิกิริยาดุจผู้ตายไป
แล้วคือ มีอากัปกิริยาและพูดจากภาษาเดียวกัน กับคนผู้นั้น
แต่ ในกรณีที่เป็น “ดวงจิตของเทพ"
ร่างทรงแล้วมักมีอากัปกิริยาที่ แปลกออกไป เช่น ร่ายรำบ้างก็
พูดออกมาเป็น ภาษาที่ฟังไม่รู้เรื่องภาษา ดังกล่าวมักเรียก
กันในหมู่ผู้ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิหรือ บรรดาร่างทรงว่า
“ภาษากูโบ๊ต”หรือเรียก
กันตามทั่วไปว่า “ภาษาเทพ”" เมื่อสืบเสาะถึงเรื่อง
“ ภาษากูโบ๊ต” จัดว่าเป็นภาษาที่เก่าแก่มาก พอเทียบเคียงได้
กับ“ ภาษาที่ พวกพราหมณ์โบราณ ” ใช้กัน คือภาษา
สันสกฤตและบาลีอันเป็นต้น
เมื่อดวงจิตลงประทับ
กำเนิดของภาษาต่างๆ ทั่วโลกมีข้อสันนิจฐานจากนักวิชาการที่ศึกษา เรื่อง
ศาสตร์ทางจิตหลายท่านว่า“ภาษากูโบ๊ต” ไม่น่าที่จะพูดรัวและเร็ว ดังที่ร่าง
ทรง พูดกันอยู่ทุกวันนี้เพราะการพูดในยุคโบราณที่เริ่มมี อารยธรรมจะมีพูด
เป็นคำๆ เสียมากกว่าสิ่งหนึ่ง ที่น่าจะนำมากล่าว อ้างได้
เกี่ยวกับเรื่องภาษาเหล่านี้คือ“ภาษาเช็คเด็นวาตรี”" “ภาษาเช็คเด็น
วาตรี” เป็นภาษาเก่าแก่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับ “ภาษาพราหมณ์
โบราณ”แต่การพูดสำเนียงคล้ายภาษายาวี คือ พูดพรวดเดียวติดต่อกัน
คล้ายคนแขกพูดผมเคยสอบถามไปยังผู้รู้ หลายท่านได้ความเกี่ยวกับเรื่อง
“ภาษาเทพ” นี้ว่าจริงๆ แล้วเมื่อมนุษย์ สามารถทำสมาธิไปได้ถึงระดับ
หนึ่ง เข้าสู่ภาวะ“องค์ฌาน” ในขั้น
และเมื่อเปล่งเสียงออกมาเสียงเหล่านั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจาก “ปอด”
“ การสั่นของลิ้น” “กะบังลม” หรือ “กล่องเสียง” เหมือนมนุษย์แต่
จะเป็นเสียงที่เกิดขึ้นจากการสั่นสะเทือนของ “จักร” ต่างๆที่เป็นศูนย์
รวมของพลังงานในร่างกายที่ มีด้วยกันถึง ๗ แห่งในร่างกาย "มีนักวิทยา
ศาสตร์มหาวิทยาลัยนิวยอร์กเทค สหรัฐฯ ที่สนใจเรื่อง จิตวิญญาณได้ทำวิจัย
เรื่อง“ภาษาที่ผ่านมาจากการ
ทรง” ว่าสามารถ แบ่งกลุ่มภาษาเหล่านี้ได้ ๒ ประเภท คือ
หรือภาษาที่ได้จากการผ่านร่างทรง
๑.กลุ่มภาษา goastic
มา โดยที่ ผู้เขียนหรือพูดออกมานั้นกระทำ ไปโดยที่รู้สึกตัว
แต่ไม่สามารถที่ จะควบคุมตัวเองได้ทั้ง
นี้ยังรวมไปถึง การทำพิธีกรรมบางอย่างที่ เกี่ยวข้องกับจิต
วิญญาณหรือพลัง
งานต่างมิติที่มองไม่เห็นตัว เช่นการเล่นผีถ้วยแก้วการเล่นผี
เหรียญ ฯลฯ ซึ่งภาษาชนิดนี้บางครั้ง ก็สามารถจับความได้
บางครั้งก็ไม่สามารถจับความได้
๒.กลุ่มภาษา human languageinstinct หรือ
ภาษาที่เกิดจากจิตใต้ สำนึกที่ฝังอยู่ลึกๆ ในจิตของคนเช่นเคย
มีการทดลองสะกดจิต ระลึกชาติบำบัดคนไข้รายหนึ่งที่เป็น
ชาวตะวันตกซึ่งปรากฏว่าเมื่อ ชาติที่ผ่านๆ มาคนไข้รายนี้เคยเกิดในประเทศศรีลังกาเมื่ออยู่ในภาวะ ถูกสะกดจิตขั้นลึกๆ ลง
ไปคนไข้ผู้นี้สามารถพูดภาษาสิงหลได้ อย่างถูกต้องตาม
ไวยากรณ์สามารถที่จะจับใจความได้ทั้งๆที่
คนไข้ผู้นี้ ไม่มีพื้นฐานความรู้เรื่องภาษาสิงหลมาก่อน
บทความโดย...กุหลาบขาวครับ ชมรมคนรักพ่อแก่
การเบิกเนตรสามารถใช้ได้หลายสถานเช่น ใช้เบิกเนตรพระพุทธรูปที่สร้างหรือหล่อใหม่หรืออาจเป็นรูปปั้นต่างๆอาจะเป็น รูปปั้นองค์เทพต่างๆ หรือรูปปั้นพระฤษี ก็ได้ค่ะ การเบิกเนตรยังสามารถใช้ได้กับร่างทรง ร่างเทพใหม่ๆ เช่น เบิกเนตร เบิกทวาร เบิกพระโอษฐ์ ให้อาจารย์ เป็นผู้กระทำพิธีให้ก็ได้ค่ะ หรือจะใช้พระคาถาเบิกเนตรด้วยตนเองก็ได้ แต่จะได้ผลเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับว่า ถึงเวลาหรือยังที่ถูกกำหนดมาว่าจะต้องทำการเบิกเนตรได้ การเบิกเนตรสำหรับร่างทรงหรือร่างเทพใหม่ๆที่ถึงเวลาอันสมควรแล้วจะมีผลให้ได้รู้ ได้เห็น ได้ยิน ในสิ่งที่คนธรรมดาไม่สามารถรู้ ไม่สามารถเห็น ไม่สามารถได้ยินได้ค่ะ ราวกับว่ามีตาทิพย์ หูทิพย์ เลยทีเดียว..
***พระคาถาเบิกเนตร***
สหัสสะเนตรโต เทวินโท ทิพพะจักขุง วิโสทายิ
|
|
|