ประวัติองค์พ่อเขาตกนั้น ท่านเป็นรุกขเทวดาที่ปรกปักรักษาอยู่ที่ภูเขาสุวรรณบรรพตซึ่งเป็นที่ ประดิษฐานของรอยพระพุทธบาท องค์ท่านมีความศักดิ์สิทธิ์มาก ทำให้ชาวไทยเชื้อสายจีนมีการส ร้างศาลให้กับท่านและเรียกชื่อภาษาจีนว่าน่ำทีมึ๊งเป๊ะกง โดยปัจจุบันมีศาลอยู่ 2ที่ ที่แรกอยู่ที่บริเวณบ้านเขาเลี้ยว*** ห่างจากตัวอ.พระพุทธบาทประมาณ 3 กม.ซึ่งเป็นศาลเก่าโบราณซึ่งรัชกาลที่ 4 เคยเสด็จมาและให้ช่างจากวังหลวงบูรณะเทวรูปของท่าน ส่วนอีกศาลเป็นศาลใหม่ที่ชาวพระพุทธบาทได้เชิญท่านไปและสร้างให้ใหม่เรียก ว่าโรงเจเจ้าพ่อเขาตกอยู่ในพระพุทธบาทเลย เนื่องจากง่ายในการจัดงานประจำปีให้ท่านเพราะมีสถานที่กว้างขวางมาก
งานประจำปีของท่านจะมีงานวันเกิดท่าน ( ยี่ง่วยชิวอิก )และงานกินเจเดือนเก้า
ท่านมีพี่น้องร่วมสาบาน 3 องค์ คือตั่วฮวดซือ (เจ้าพ่อเขาใหญ่),ยี่ฮวดซือ (เจ้าพ่อเขาตก) และซาฮวดซือ(เจ้าพ่อหมื่นราม)
สำหรับเทวรูปท่านนั้นเป็นเทวรูปไทย นั่งชันเข่าถือดาบครับ
ผู้มาญาณบารมีครับ...ใครไปบูชายันต์ ฮู้ หรือธูปเทียน บางที ท่านก็เมตตาทำนายทายทักให้ครับ
วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ตำบลขุนโขลน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 28 กิโลเมตร มีทางเลี้ยวซ้ายก่อนถึงอำเภอพระพุทธบาทเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2167 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ปูชนียสถานที่สำคัญ คือ "รอยพระพุทธบาท" ที่ประทับไว้บนแผ่นหินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือเขาสัจจพันธคีรี รอยพระบาทมีความกว้าง 21 นิ้ว ยาว 60 นิ้ว ลึก 11 นิ้ว ค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรม
ลักษณะของพระมณฑป เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประกอบเครื่องยอดรูปปราสาท 7 ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบสีเขียว มีซุ้มบันแถลงประดับทุกชั้น มีเสาย่อมุมไม้สิบสอง ปิดทองประดับกระจกโดยรอบ ฝาผนังด้านนอกปิดทองประดับกระจกเป็นรูปเทพพนม พุ่มข้าวบิณฑ์ บานประตูพระมณฑปเป็นงานศิลปกรรมประดับมุกชั้นเยี่ยมของเมืองไทย พื้นภายในปูด้วยเสื่อเงินสาน ทางขึ้นพระมณฑปเป็นบันไดนาคสามสาย ซึ่งหมายถึง บันไดเงิน บันไดทอง และบันไดแก้ว ที่ทอดลงจากสวรรค์ หัวนาคที่เชิงบันไดหล่อด้วยทองสำริด เป็นนาค 5 เศียร บริเวณรอบมณฑปมีระฆังแขวนเรียงราย เพื่อให้ผู้ที่มานมัสการได้ตีเป็นการแผ่ส่วนกุศลแก่เพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย



ไหว้พระพุทธบาทเสร็จไปบ้านโขนไทยของท่านอาจารย์ปัญญากันครับ
ลูกสาวครับ...........
หลานชายครับ..ลูกคุณกรกรครับ
สรุปงานนี้มีเชิญได้ ๒ เศียรครับ
เสร็จภาระกิจจากบ้านท่านอาจารย์ปัญญาก็เดินทางต่อไปเมืองละโว้ครับ
ละโว้ หรือ ลวปุระ เป็นเมืองโบราณที่มีผู้คนอยู่อาศัยมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และเป็นศูนย์กลางความเจริญของทวารวดี ขอม อู่ทอง กรุงศรีอยุธยา เรื่อยมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนมาเรียกเป็น "ลพบุรี" หรือ "เมืองของพระลพ" ตามพระนามพระโอรสของพระราม ใน "มหากาพย์รามายณะ" ด้วยเป็นเมืองที่ผ่านอารยธรรมมาหลายยุคหลายสมัย ทำให้เมืองลพบุรีมีโบราณสถานและโบราณวัตถุที่นับเป็นมรดกอันล้ำค่าและมีความ สำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีอยู่มากมาย หนึ่งในทั้งหมดที่นับเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมาแต่ครั้งโบราณ ได้รับความเคารพจากชาวไทยทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อไปถึงจะต้องแวะกราบไหว้สักการะก็คือ "ศาลพระกาฬ"

หลงทางครับจอดถามทางร้านกาแฟสดเด่นชัยครับ..........
ปัจจุบัน เยื้องกับพระปรางค์สามยอด เป็นสถาปัตยกรรมขอมยุคปลาย angkor period อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 ลักษณะเป็นองค์ปรางค์เดี่ยวขนาดใหญ่ มีมุขยื่นด้านหน้า ปรากฏซากบันไดทางขึ้น 4 ด้าน ประกอบเป็นผังจักรวาลวิทยาที่มีเขาพระสุเมรุเป็นแกนกลาง เมื่อก่อนชาวเมืองเรียกว่า "ศาลสูง" เป็นที่ประดิษฐานเทวรูป "เจ้าพ่อพระกาฬ" ทำจากศิลาทราย ศิลปะลพบุรี ยังมีร่องรอยพระกร 4 ข้างปรากฏอยู่คล้ายเป็นเทวรูปพระวิษณุ หรือพระโพธิสัตว์ในคติมหายานที่เผยแพร่เข้ามายังละโว้ในสมัยพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7